สารจากประธานกรรมการบริษัท

 
 

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์

รักษาการประธานกรรมการบริษัท

 

ในปี  2563  ที่ผ่านมา  บริษัท  ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ  จำกัด  (มหาชน)  หรือ  BEM   ได้เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ครบ 3 ช่วง  เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2563  โดยแนวสายทางของรถไฟฟ้าเชื่อมกันเป็นวงกลม ครอบคลุมพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร รวมถึงเชื่อมการเดินทางระหว่างฝั่งกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี และมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินี  ทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโครงการรถไฟฟ้ามหานครสาย  “เฉลิมรัชมงคล” (สายสีน้ำเงิน) ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค  และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ  อย่างเป็นทางการ  เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563  นอกจากนี้ BEM ได้รับความเชื่อมั่นจากภาครัฐให้บริหารงานทางพิเศษอย่างต่อเนื่อง   โดยได้มีการลงนามในสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่  2  (ฉบับแก้ไข)   และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด(ฉบับแก้ไข)  กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย   เพื่อยุติข้อพิพาทและขยายระยะเวลาสัมปทานสิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2578 

ในด้านการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ในปี 2563 BEM ได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการในเกณฑ์ “ดีเลิศ” หรือ 5 ดาว (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อีกทั้ง BEM ยังได้รับรางวัล “หุ้นยั่งยืน” (Thailand Sustainability Investment) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในฐานะบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล  และได้รับรางวัล Thailand’s Top Corporate Brands 2020 จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะบริษัทที่มีมูลค่าแบรนด์องค์กรสูงสุด ในหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์

ในปีที่ผ่านมาสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณการเดินทางของผู้ใช้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้าลดลง บริษัทได้มีมาตรการรักษาความสะอาดภายในระบบรถไฟฟ้าและบริเวณสถานี เพื่อสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ใช้บริการทุกคน และมีการบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น BEM ยังได้สนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วยการจัดโครงการ “Healthy Journey with BEM” แจกหน้ากากผ้าจำนวน 1 ล้านชิ้น ให้กับผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า รวมถึงชุมชน โรงเรียนรอบเขตทางพิเศษและรถไฟฟ้า 

สำหรับผลประกอบการในปี  2563  บริษัทมีกำไรสุทธิรวม  จำนวน  2,051  ล้านบาท  ลดลงจากปีก่อนจากผลกระทบ  COVID-19  แต่บริษัทยืนยันที่จะดูแลผู้มีส่วนได้เสียโดยเฉพาะผู้ถือหุ้น โดยคณะกรรมการบริษัทมีมติให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท

บริษัทขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ผู้ใช้บริการทางพิเศษและผู้โดยสารรถไฟฟ้า คู่ค้า หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ได้ให้การสนับสนุนและเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการของ BEM ด้วยดีเสมอมา ตลอดจนผู้บริหารและพนักงานทุกคนที่เป็นกำลังสำคัญส่งมอบบริการที่มีประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้บริการท่ามกลางวิกฤตการณ์ COVID-19  และในปี  2564  นี้  ขอให้เชื่อมั่นว่า BEM จะยังคงดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมทั้งเดินหน้าในการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของการเดินทาง และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้กับผู้ใช้บริการทางพิเศษและผู้โดยสารรถไฟฟ้าทุกคน ท้ายสุดนี้ BEM ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด 

 

( นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ )

รักษาการประธานกรรมการบริษัท