จรรยาบรรณบริษัท

 

จรรยาบรรณฉบับนี้ ได้จัดทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางให้กับผู้บริหารและพนักงานบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยึดถือปฏิบัติ ประพฤติตน แสดงออกที่ดีและเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจของบริษัท รวมทั้งบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพงานและคุณภาพชีวิตของพนักงาน จรรยาบรรณฉบับนี้จะได้รับการพิจารณาทบทวน หรือปรับปรุงให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางที่ให้ยึดถือปฏิบัติเป็นไปด้วยความสุจริตเยี่ยงมืออาชีพ และมีมาตรฐานในระดับสูงตลอดไป

“บริษัท” ในจรรยาบรรณฉบับนี้ หมายถึง บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสงค์ให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนรับผิดชอบในการทำความเข้าใจและปฏิบัติตามแนวทางเบื้องต้นที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณของบริษัท ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

•    การโน้มน้าว การกระตุ้น และการจูงใจ ให้ผู้บริหารและพนักงานร่วมมือร่วมใจสร้างคุณค่าให้แก่กิจการ
•    การสร้างความเชื่อมั่นว่าสิทธิตามกฎหมายของผู้มีส่วนได้เสียได้รับความคุ้มครอง
•    การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม
•    การส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนมีความรับผิดชอบที่จะทำความเข้าใจและปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ตลอดจนนโยบายที่เกี่ยวข้องของบริษัทที่จะออกมาเพิ่มเติม

กรณีเกิดปัญหา หรือเกิดข้อขัดข้องในการปฏิบัติ หรือเห็นว่าควรปรับปรุงควรรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น

1)    แนวทางในการประกอบธุรกิจ
  1. บริษัทยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้กับบริษัทและธุรกิจการค้าอย่างเคร่งครัด และตามหลักจริยธรรมที่พึงปฏิบัติ
  2. บริษัทเชื่อมั่นว่าการประกอบธุรกิจอย่างซื่อตรง มีจริยธรรม และคุณธรรมเป็นแนวทางการประกอบธุรกิจที่ถูกต้องและยั่งยืน โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของคณะกรรมการอย่างเคร่งครัด
  3. บริษัทยึดมั่นต่อการประกอบธุรกิจด้วยความเปิดเผย การสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กรต้องถูกต้องและเที่ยงตรง ช่องทางการสื่อสารมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ และผู้รับสาร บริษัทจะทำการสื่อสาร ตีพิมพ์ ประกาศ ซึ่งหมายรวมถึงทั้งทางวาจาหรือลายลักษณ์อักษร ทั้งการสื่อสารภายในหรือภายนอกบริษัทอย่างเหมาะสม โดยไม่สื่อสารข้อมูลที่ไม่เป็นจริง บิดเบือน ประสงค์ร้าย หรือทำลายชื่อเสียงบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ทั้งนี้ การสื่อสารด้วยวาจาของผู้บริหารและพนักงานต้องใช้ภาษาและน้ำเสียงที่สุภาพ รวมถึงให้เกียรติผู้รับสารอยู่เสมอ โดยคำนึงถึงภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีของบริษัท 
  4. บริษัทจะบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ดีเพื่อดูแลและปกป้องผลประโยชน์โดยรวมของบริษัท รวมถึงการประเมินโครงการลงทุนต่างๆ อย่างซื่อตรง ถูกต้อง โปร่งใส และมีหลักการ
  5. บริษัทมุ่งหวังความซื่อตรงจากพนักงานทุกระดับชั้น ในการปฏิบัติตามนโยบายของบริษัท หลักเกณฑ์ทางบัญชี หลักการควบคุมภายใน และหลักการตามมาตรฐานวิชาชีพ หากพนักงานพบเห็นการละเมิดกฎระเบียบหรือนโยบายของบริษัทที่จะส่งผลให้เกิดการทุจริต และความเสื่อมเสียแก่บริษัท พนักงานพึงแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบทันที
  6. บริษัทจะประกอบธุรกิจโดยคำนึงถึงหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมทั้งกฎหมายและศีลธรรมอันดีของบ้านเมือง
  7. บริษัทยึดมั่นในการสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน และเปิดโอกาสให้มีการเสนอข้อคิดเห็น รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
  8. บริษัทจะไม่เลือกปฏิบัติจากความแตกต่างด้านเชื้อชาติ ศาสนา เพศ สถานภาพสมรส หรือความไร้สมรรถภาพทางร่างกาย

2)    ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  1. บริษัทมุ่งเน้นให้ผู้บริหารและพนักงานหลีกเลี่ยงการกระทำที่มีความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ ส่วนตัวของพนักงาน และผลประโยชน์ของบริษัทในการติดต่อกับคู่ค้าและบุคคลอื่น
  2. บริษัทห้ามไม่ให้ผู้บริหารและพนักงานนำข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นในระหว่างที่อยู่ในการจ้างของบริษัท หรือเมื่อออกจากการจ้างของบริษัทแล้ว โดยไม่ได้รับอนุญาตที่เป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท 
  3. บริษัทไม่มีนโยบายให้ผู้บริหารหรือพนักงานไปเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาในบริษัทอื่น หรือองค์กรสมาคมทางธุรกิจอื่นไม่ว่าจะทำในนามของบริษัทหรือไม่ก็ตาม หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การไปเป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาฯ นั้น จะต้องไม่ขัดต่อประโยชน์และการประกอบหน้าที่โดยตรง รวมทั้งต้องได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทก่อน
  4. บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานแจ้งบริษัททราบเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีผู้บริหารหรือพนักงานและบุคคลในครอบครัว เข้าไปมีส่วนร่วมหรือเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการใดๆ ซึ่งอาจมีผลประโยชน์หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งทางธุรกิจต่อบริษัท 
  5. กรณีที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้นอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในขณะนั้น โดยไม่ได้เป็นความตั้งใจของผู้บริหารหรือพนักงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง หากบุคคลดังกล่าวทราบว่า ตนตกอยู่ในสภาวการณ์ดังกล่าว ให้รีบแจ้งเหตุการณ์ดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นทราบ โดยทันที เพื่อขอแนวทางแก้ไขต่อไป

3)    การใช้ข้อมูลภายในเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์

บริษัทห้ามไม่ให้ผู้บริหารและพนักงานใช้ข้อมูลภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือแก่บุคคลภายนอกอันส่งผลกระทบต่อราคา หรือการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทและบริษัทที่เกี่ยวข้อง

4)    หน้าที่ต่อผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทจะพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการให้มีศักยภาพรองรับการขยายตัว และต่อยอดทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาวอย่างยั่งยืน  
  2. บริษัทเคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับทราบข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ เพื่อใช้ในการประเมินการบริหารงานของบริษัทเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงคะแนนในวาระต่างๆ ของการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการพร้อมกับข้อมูลที่ถูกต้องตามความจริง และรายงานฐานะการเงินของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ
  3. บริษัทมีนโยบายที่จะบันทึกรายการทางบัญชีอย่างถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบภายใน ผู้สอบบัญชีภายนอก และคณะกรรมการตรวจสอบ
  4. บริษัทจะเคารพและรักษาสิทธิต่างๆ ของผู้ถือหุ้นตามกฎหมาย และผู้ถือหุ้นทุกรายจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกันตามสิทธิของผู้ถือหุ้นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับบริษัท ซึ่งรวมถึงสิทธิในการเข้าประชุมผู้ถือหุ้น และสิทธิในการออกเสียงลงคะแนน สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ และสิทธิในการได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม เป็นต้น

5)    การปฏิบัติต่อคู่ค้าและคู่สัญญาทางธุรกิจ

บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืน ภายใต้จริยธรรมการดำเนินธุรกิจของบริษัท (Code of Conduct) และข้อบังคับทางกฎหมาย รวมถึงสร้างความร่วมมือ ความเชื่อมั่น และคุณค่าต่อคู่ค้า/คู่สัญญาทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) มีการดำเนินธุรกิจระหว่างคู่ค้า/คู่สัญญาอย่างถูกต้อง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใต้หลักการดังนี้

  1. จัดทำจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ที่ครอบคลุมมิติด้านความยั่งยืนทุกด้าน เพื่อให้การดำเนินงานกับคู่ค้า/คู่สัญญาทางธุรกิจสอดคล้องกัน และสื่อสารให้กับคู่ค้า/คู่สัญญาทางธุรกิจนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติในการดำเนินธุรกิจกับบริษัท เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของคู่ค้าตามความเหมาะสม จนเกิดเป็นความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน และสนับสนุนให้คู่ค้าได้กำหนดจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) ให้คู่ค้าของตนเอง เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
  2. จัดหาสินค้าและบริการเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและมีจริยธรรม มีหลักเกณฑ์ในการประเมินและคัดเลือกคู่ค้า/คู่สัญญาอย่างชัดเจน โปร่งใส และเป็นธรรม โดยคำนึงถึงการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม สิทธิมนุษยชน แรงงาน และด้านจริยธรรมทางธุรกิจ
  3. มีการแข่งขันจากผู้เสนอราคาและการคัดเลือกอย่างเหมาะสม เสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่กีดกันการเข้าร่วมแข่งขันทางธุรกิจ
  4. จัดทำรูปแบบสัญญาที่เหมาะสมและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  5. จัดให้มีระบบการจัดการติดตามและควบคุมที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาอย่างครบถ้วน เพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกขั้นตอนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง 
  6. มีการชำระเงินให้คู่ค้า/คู่สัญญาครบถ้วน ตรงเวลา ตามเงื่อนไขการชำระเงินที่ตกลงกัน
  7. จัดให้มีการตรวจประเมินคู่ค้า/คู่สัญญาเป็นประจำทุกปีด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าคู่ค้าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดในสัญญา มีการดำเนินงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ เคารพสิทธิมนุษยชน และปฏิบัติต่อแรงงานด้วยความเท่าเทียม เป็นไปตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) และแจ้งผลการประเมินพร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อให้คู่ค้า/คู่สัญญาได้ปรับปรุงคุณภาพสินค้าและงานบริการอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้คู่ค้า/คู่สัญญาสามารถติดต่อผู้บริหารเพื่อแจ้งข้อร้องเรียนได้ กรณีที่พบว่าได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
  8. ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่ค้า/คู่สัญญา ด้วยวิธีการที่ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม เช่น การจ่ายสินจ้างให้แก่ กรรมการ และพนักงานของคู่แข่ง
  9. ไม่กล่าวหาในทางร้ายแก่คู่ค้าโดยปราศจากข้อมูลแห่งความจริง
  10. กำหนดนโยบายรักษาความลับของคู่ค้า/คู่สัญญา ในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมและอิสระไม่ดำเนินธุรกิจโดยมิชอบระหว่างคู่ค้า/คู่สัญญา ไม่ติดสินบนหรือจัดหาสิ่งของให้ผู้อื่น โดยหวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ
  11. รักษาไว้ซึ่งการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม โดยอยู่บนหลักเกณฑ์การตัดสินใจโดยเปรียบเทียบเงื่อนไข ราคา คุณภาพ รวมไปถึงการบริการต่างๆ อย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ห้ามมิให้มีการเรียกร้องให้คู่ค้า/คู่สัญญา ให้หรือรับผลประโยชน์ใดในการดำเนินธุรกิจ
  12. มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับคู่ค้า/คู่สัญญาที่มีการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม สิทธิมนุษยชน แรงงาน และด้านจริยธรรมทางธุรกิจ มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในเรื่องคุณค่าของสินค้าและบริการที่คู่ควรกับมูลค่าเงิน คุณภาพทางด้านเทคนิค และมีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
  13. ประสงค์ที่จะดำเนินธุรกิจระหว่างคู่ค้า/คู่สัญญาอย่างถูกต้อง และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค

6)    การปฎิบัติต่อลูกค้า

บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า โดยพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การให้บริการของบริษัทมีคุณภาพ ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ และตรงเวลา รวมถึงการแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า การเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้า การสื่อสารข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นต่อลูกค้าอย่างถูกต้อง เพียงพอ และสอดคล้องกับสถานการณ์ สื่อสารและแสดงออกด้วยความให้เกียรติ เอาใจใส่ เท่าเทียม และเสมอภาค รับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนของลูกค้า รวมถึงวัดผลความพึงพอใจของลูกค้า เพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการและความคาดหวังของลูกค้า และนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความพึงพอใจและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าอย่างยั่งยืน

7)    ความรับผิดชอบต่อผู้บริหารและพนักงาน

  1. บริษัทถือว่าพนักงานเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ จึงปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรมบนหลักสิทธิมนุษยชน คำนึงถึงความต้องการของพนักงาน เพื่อมุ่งหวังให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่างพนักงานและบริษัท ส่งเสริมการพัฒนาทักษะและเพิ่มพูนศักยภาพอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้ความมั่นคงและความก้าวหน้าในอาชีพ รวมทั้งจัดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีและปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน
  2. บริษัทมีนโยบายให้ผู้บริหารปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเป็นธรรม โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชนและแรงงาน กฎหมาย และระเบียบข้อบังคับต่างๆ พนักงานจะได้รับโอกาสในการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน
  3. บริษัทมีนโยบายให้พนักงานจะต้องปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมงานและบุคคลอื่นที่ติดต่อสื่อสารในระหว่างการทํางานด้วยความเคารพ เปิดใจรับฟังความคิดเห็นด้วยเหตุและผล ไม่กระทําการซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือแบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ถิ่นกําเนิด เพศ สีผิว อายุ สมรรถภาพทางร่างกาย รสนิยมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะ การศึกษา หรือสถานภาพอื่นใด ทั้งนี้ บริษัทไม่ยอมรับการกระทําในลักษณะที่ยอมรับไม่ได้ หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรีในสถานที่ทํางาน ซึ่งรวมถึงการทารุณจิตใจ การเลือกปฏิบัติหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ตลอดจนการใช้ท่าทาง ภาษา หรือการสัมผัสทางกายที่ส่อลักษณะในทางเพศ บีบบังคับ ข่มขู่ เหยียดหยาม หรือเอาเปรียบ
  4. บริษัทจะจัดให้มีการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมในการทำงานให้มีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพนักงานอยู่เสมอ มุ่งมั่นที่จะสร้างสภาพแวดล้อมการทํางานที่ดี โดยยอมรับและเคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานตามอนุสัญญามาตรฐานแรงงานขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการสมาคม การร่วมเจรจาต่อรอง และแรงงานสัมพันธ์ การขจัดการใช้แรงงานเด็ก การห้ามใช้แรงงานบังคับ โอกาสและการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทํางาน เป็นต้น
  5. บริษัทมีนโยบายกำหนดผลตอบแทนให้ผู้บริหารและพนักงานในระดับที่เหมาะสมและเป็นธรรม ภายใต้สภาพและลักษณะของงาน ผลการปฏิบัติงาน ผลประกอบการของบริษัท การฝึกอบรมภายในและภายนอกองค์กร เพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง ตลอดจนโอกาสในการเติบโตก้าวหน้าในการทํางาน การเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในองค์กร รวมทั้งมีสุขภาพอนามัยที่ดี และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งนี้ความสมดุลของชีวิตการทํางาน ส่งเสริมและสนับสนุนให้พนักงานปฎิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท
  6. บริษัทให้ความสำคัญเรื่องสวัสดิภาพ ความมั่นคง และความก้าวหน้าในอาชีพของพนักงาน โดยพนักงานจะต้องเข้ารับการฝึกอบรมด้านการทํางานบนความหลากหลายและการยอมรับความแตกต่างของบุคคลในสถานที่ทํางาน ซึ่งให้ความสําคัญกับการไม่เลือกปฏิบัติและการต่อต้านการล่วงละเมิดทุกรูปแบบ ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ภายในองค์กร ซึ่งบริษัทจัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปลูกฝังจิตสํานึกและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์อันพึงได้รับ ซึ่งจะเสริมสร้างวัฒนธรรมและบรรยากาศที่ดีและส่งเสริมการทํางานร่วมกันเป็นทีม
  7. บริษัทให้ความสําคัญต่อการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ และหากพนักงานไม่ปฎิบัติตามจรรยาบรรณฉบับนี้ อาจส่งผลต่อการพิจารณาในเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนและการประเมินผลปฏิบัติงานของพนักงาน

8)    การปฏิบัติต่อคู่แข่งขันทางธุรกิจ

  1. บริษัทมีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม ซื่อตรง และโปร่งใส โดยไม่กล่าวหาหรือทำลายบริษัทคู่แข่งในทางเสื่อมเสีย รวมทั้งไม่แสวงหาข้อมูลหรือความลับของคู่แข่งด้วยวิธีการไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม
  2. บริษัทมีนโยบายที่จะดำเนินธุรกิจแข่งขันกับคู่แข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม ตามกติกาและกรอบแห่งกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ตลอดจนไม่ดำเนินการใดๆ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายการแข่งขันทางการค้าในประเทศและในระดับสากล

9)    ความรับผิดชอบต่อสังคม

  1. บริษัทมีนโยบายที่จะประกอบธุรกิจอย่างมีจิตสำนึกต่อสังคมและชุมชน มุ่งไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในระดับชุมชนและในระดับประเทศ 
  2. บริษัทมุ่งหวังให้ผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติตนตามที่ชอบที่ควร เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ละเว้นจากการทำให้สังคมเสื่อม หรือเอารัดเอาเปรียบสังคม
  3. บริษัทมุ่งหวังให้ผู้บริหารและพนักงาน ละเว้นการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีงาม ซึ่งวิญญูชนมิพึงปฏิบัติอันจะขัดต่อธรรมเนียมหรือจารีตประเพณี หรือโดยสามัญสำนึกของบุคคลทั่วไป 

10)    สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม จึงดำเนินธุรกิจควบคู่กับการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการสรรหา คัดเลือก บริหารทรัพยากร และคู่ค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรการป้องกันและควบคุมมลพิษที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก เป็นศูนย์กำกับดูแลการปฏิบัติให้สอดคล้องข้อกำหนด กฎหมาย หลักการและมาตรฐานสากลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สื่อสารนโยบาย แนวปฏิบัติ การบริหารจัดการ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงให้ความรู้ สร้างความตระหนักแก่พนักงาน คู่ค้า ผู้ส่งมอบ คู่ความร่วมมือที่สำคัญตามห่วงโซ่คุณค่า เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ

11)    กิจกรรมทางการเมือง 

  1. บริษัทยึดมั่นในความเป็นกลางทางการเมือง สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย และการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยไม่มีนโยบายสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือทางการเมืองแก่พรรคการเมือง นักการเมือง หรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องทางการเมือง 
  2. บริษัทเคารพและสนับสนุนให้พนักงานใช้สิทธิทางการเมืองของตนตามครรลองของกฎหมาย ในฐานะพลเมืองดี และมีสิทธิตามกฎหมายที่จะแสดงออก เข้าร่วม สนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองได้นอกเวลาการทํางานในนามส่วนตัว โดยใช้ทรัพยากรของตนเอง และจะต้องไม่กระทําการอันใดที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในนามของบริษัทไม่ว่าจะเป็นภายในสถานที่ของบริษัทหรือภายนอกบริษัทที่สามารถระบุได้ว่าเป็นพนักงานของบริษัท หรือใช้ทรัพยากรของบริษัท เพื่อดําเนินการดังกล่าว ตลอดจนพึงระมัดระวังการกระทําใดๆ ที่อาจทําให้เกิดความเข้าใจผิดว่าบริษัทได้ให้การสนับสนุนหรือฝักใฝ่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งด้วย

12)    การพนัน การดื่มแอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติด

  1. บริษัทมีนโยบายห้ามผู้บริหารและพนักงานครอบครอง ซื้อ ขาย ขนย้าย ใช้ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งมึนเมา ยาเสพติด หรือสารควบคุม (ยกเว้นยาตามใบสั่งของแพทย์) โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะอยู่ในที่ทำงาน หรือในระหว่างทำธุรกิจของบริษัท 
  2. บริษัทมีนโยบายห้ามผู้บริหารและพนักงานเล่นหรือเป็นผู้มีส่วนสนับสนุนให้มีการเล่นการพนัน หรืออบายมุขทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างเวลาทำงานหรือในพื้นที่ของบริษัท

13)     การเปิดเผยข้อมูลและการรักษาความลับ

  1. บริษัทมีนโยบายในการจัดการข้อมูลในบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ และเผยแพร่ข้อมูลที่จำเป็น ถูกต้อง และเหมาะสมต่อสังคมตามแต่โอกาส
  2. บริษัทมีนโยบายในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างชัดเจนเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการควบคุมดูแลจัดการระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และซอฟท์แวร์
  3. บริษัทห้ามไม่ให้พนักงานเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่ยังมิได้มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ พนักงานจะต้องไม่นำข้อมูลที่ได้รับทราบหรือจัดทำขึ้นจากหน้าที่การงานในบริษัทไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง
  4. การรักษาความลับของข้อมูลนี้ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ซึ่งหมายความรวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ผลประโยชน์ และข้อมูลทางการแพทย์ ด้วยข้อมูลดังกล่าวจะสามารถเผยแพร่ให้บุคคลภายในหรือภายนอกบริษัทเพื่อใช้งานได้เมื่อมีความจำเป็นอย่างยิ่งเท่านั้น พนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลนี้ต้องปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว โดยใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งและพึงรักษาความลับอย่างเคร่งครัด

14)    ทรัพย์สินของบริษัท

  1. ทรัพย์สินของบริษัทหมายความรวมถึง เงินสด เครื่องมือทางการเงิน ข้อมูลของบริษัท ทรัพย์สินทางปัญญา โปรแกรมระบบงานคอมพิวเตอร์ ซอฟท์แวร์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารเครื่องมือเครื่องใช้ สิ่งอำนวยความสะดวก ยานพาหนะ ชื่อบริษัท เครื่องหมายสัญลักษณ์ของบริษัท และวัสดุอุปกรณ์
  2. บริษัทกำหนดให้พนักงานพึงใช้ทรัพย์สินของบริษัทอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว พนักงานทุกคนมีหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของบริษัทมิให้สูญหาย เสียหาย นำไปใช้ในทางที่ผิด ถูกลักขโมย และถูกทำลาย ความรับผิดชอบนี้ไม่เพียงแค่ครอบคลุมถึงการปฏิบัติตนของพนักงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการต้องใส่ใจที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนของการรักษาความปลอดภัย และการตื่นตัวต่อสถานการณ์ และเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและทำให้ทรัพย์สินของบริษัทเกิดความเสียหาย ถูกลักขโมย หรือถูกใช้ในทางที่ผิด

15)    ของกำนัลและการเลี้ยงรับรอง

  1. บริษัทมีนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสและมีคุณธรรม ดังนั้น ผู้บริหารและพนักงานต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดที่จะไม่ทำลายชื่อเสียงของบริษัท โดยหลีกเลี่ยงการประพฤติหรือกระทำการใดๆ ที่อาจเป็นข้อครหาในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม
  2. บริษัทประสงค์ให้ผู้บริหารและพนักงานหลีกเลี่ยงการให้หรือรับสิ่งของหรือประโยชน์ใดๆ จากคู่ค้า/คู่สัญญา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทเว้นแต่ในเทศกาลหรือประเพณีนิยม ในมูลค่าที่เหมาะสมซึ่งผู้รับพึงพิจารณา ในกรณีผู้บริหารและพนักงานที่ได้รับของขวัญในรูปของเงินหรือสิ่งของที่มีมูลค่าสูง พึงแจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นทราบ และผู้บังคับบัญชาต้องมีการพิจารณาดำเนินการอย่างเหมาะสม เพื่อแสดงเจตนาที่สุจริตและโปร่งใส
  3. ผู้บริหารหรือพนักงานควรหลีกเลี่ยงการให้ หรือรับการเลี้ยงรับรองในลักษณะที่เกินกว่าเหตุความสัมพันธ์ปกติจากบุคคลอื่นที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับงานของบริษัท

16)    ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

  1. บริษัทให้ความสำคัญต่อการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและถูกต้องตามหลักอาชีวอนามัย และมุ่งมั่นในการส่งเสริมวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในสถานที่ทำงาน จึงจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย (Safety Committee) เพื่อกำกับดูแล การดำเนินการด้านความปลอดภัย กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุและโรคภัยในการทำงานตามกฎหมายและมาตรฐานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ได้รับการยอมรับในประเทศและในระดับสากล
  2. บริษัทจะพยายามป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และความเจ็บป่วยหรือโรคจากการทำงานด้วยความร่วมมืออย่างจริงจังของผู้บริหารและพนักงาน รวมทั้งจะจำกัดและจัดการความเสี่ยงต่อความปลอดภัยอันเกิดจากการทำงานตามขั้นตอนปฏิบัติงานปกติให้อยู่ในระดับต่ำสุดที่ยอมรับได้ในทางปฏิบัติ
  3. บริษัทจะจัดให้มีการออกแบบเครื่องมือ อุปกรณ์ การจัดทำระเบียบปฏิบัติ การอบรม และการควบคุมการปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของพนักงาน รวมถึงส่วนรวมที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่
  4. บริษัทจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรอื่น ในการระงับเหตุฉุกเฉินหรืออุบัติเหตุอันเกิดจากการปฏิบัติงาน ด้วยความรวดเร็วมีประสิทธิภาพและระมัดระวัง
  5. บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ อย่างเคร่งครัด และจะนำมาตรฐานที่เป็นสากลในการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยมาใช้บังคับในกรณีที่ไม่มีกฎหมายและข้อบังคับใช้อยู่
  6. ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทมีหน้าที่สนับสนุนความมุ่งมั่นของบริษัท แสดงออกด้านการเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยส่งเสริมวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย โดยจะต้องยึดถือปฏิบัติตามข้อกําหนด และกฎระเบียบด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างเคร่งครัด เข้ารับการฝึกอบรมและรับทราบการสื่อสารในประเด็นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างสมํ่าเสมอ ตลอดจนสามารถระบุ รายงาน และมีส่วนร่วมในการป้องกันหรือลดความเสี่ยง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยและสุขอนามัยในสถานที่ทํางาน

17)    การเคารพกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

บริษัทกําหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิว เพศ เพศสภาพ กลุ่มเปราะบางหรือความพิการ ภาษา ศาสนา สังคม ทรัพย์สิน ถิ่นกําเนิด ความคิดเห็นทางการเมือง หรือสถานะอื่นๆ รวมถึงตระหนักในสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนที่มีต่อสังคมและบุคคลอื่น โดยมีแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้

  1. บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัดและไม่สนับสนุนกิจการที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน โดยบริษัทจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน
  2. บริษัทปฏิบัติต่อพนักงานทุกระดับอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การจ่าย ค่าตอบแทน การเข้ารับการอบรมและพัฒนา การแต่งตั้งโอนย้าย การพิจารณาเลื่อนตําแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เพศสภาพ เชื้อชาติ สีผิว ศาสนา อายุ สถานภาพการสมรส ผู้มีครรภ์ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือผู้พิการ เป็นต้น
  3. บริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการทำงาน มีสุขอนามัยและความปลอดภัย มีความเป็นส่วนตัว มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น อิสระในการรวมกลุ่มและเจรจาต่อรอง ภายใต้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งต่างๆ ของบริษัท
  4. บริษัทปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เช่น ลูกค้า คู่ค้า ชุมชนและสังคม เป็นต้น อย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ มีการเคารพสิทธิของลูกค้า อาทิ การปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรม ไม่ละเมิดข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า มีการเคารพสิทธิของคู่ค้า อาทิ การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรม จัดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส สนับสนุนการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนของคู่ค้าโดยส่งเสริมความร่วมมือในการดำเนินการตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าของบริษัท และมีการเคารพสิทธิชุมชน อาทิ การรับฟังความคิดเห็นและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน
  5. บริษัทต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจในทุกรูปแบบ ทั้งการเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิดทางเพศ และการล่วงละเมิดด้านอื่นๆ รวมถึงการใช้แรงงานผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานเด็ก นอกจากนี้ ยังรับรองสิทธิในการเจรจาต่อรองร่วมกัน และเสรีภาพในการสมาคมสำหรับพนักงานทุกคน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินธุรกิจ
  6. บริษัทมีความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ตลอดจนคาดหวังให้ผู้มีส่วนได้เสียในห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจของบริษัท ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนด้วย บริษัทจึงมีการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ และการปฏิบัติตนในการเคารพสิทธิมนุษยชนให้กับพนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียเป็นระยะอย่างเหมาะสม
  7. บริษัทมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในองค์กรและในห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ โดยให้ทุกหน่วยงานมีหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่แต่ละหน่วยงานรับผิดชอบอย่างสม่ำเสมอ และจัดให้มีกลไกการรับข้อร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสที่เป็นระบบ สามารถแยกฐานข้อมูลความลับสำหรับผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแสได้
  8. บริษัทมีกระบวนการดำเนินการเมื่อได้รับข้อร้องเรียนโดยระบุผู้รับผิดชอบและระยะเวลาการดำเนินการ มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้ร้องเรียนหรือผู้แจ้งเบาะแส มีการตรวจสอบ ติดตาม มีมาตรการลงโทษสำหรับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีมาตรการแก้ไขเยียวยาให้กับผู้ถูกละเมิดภายใต้กฎหมาย หรือกฎระเบียบ ข้อบังคับ ของบริษัท
  9. บริษัทจัดให้มีการเปิดเผยผลการปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประจำทุกปี ผ่านรายงานประจำปี หรือรายงานความยั่งยืน หรือเว็บไซต์ของบริษัท หรือและช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ตามความเหมาะสม

18)    การต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน

การทุจริตคอร์รัปชัน หมายถึง การแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นในทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งหมายรวมถึงการรับหรือติดสินบน การช่วยเหลือทางการเมือง การบริจาคเพื่อการกุศล เงินสนับสนุน ค่าของขวัญ ค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นต้น โดยเฉพาะหากการกระทําดังกล่าว เป็นการกระทําที่เกิดจากการใช้อํานาจอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะโดยการนําเสนอ การให้คํามั่นสัญญา การยอมรับ การร้องขอ การเรียกร้อง การให้หรือรับสินบน การชักจูงสู่การกระทําที่ผิดต่อกฎหมาย หรือทําลายความไว้วางใจ หรือการกระทําใดๆ ที่ส่อไปในทางมิชอบ ทําให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความเสียหายต่อบริษัท ต่อเศรษฐกิจ สังคม ดังนั้นการแสดงเจตนารมณ์เพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันจึงถือเป็นประโยชน์ร่วมกันของทุกคน 
  1. บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันและการป้องกันการทุจริตทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติงานด้วยความเป็นธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใส ในการดำเนินธุรกิจร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  2. บริษัทสนับสนุนให้มีการปลูกจิตสำนึกของผู้บริหารและพนักงาน ให้ละเว้นการทุจริตและตระหนักถึงโทษของการทุจริต
  3. บริษัทจะจัดให้มีการฝึกอบรมแก่ผู้บริหารและพนักงาน เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการต่อต้านการทุจริตและการคอร์รัปชัน

19)    การรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ

  1. บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ ซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการสนับสนุนการดําเนินธุรกิจของบริษัทให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นที่น่าเชื่อถือ ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบ และเป็นหน้าที่ของผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลภายนอกที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานระบบสารสนเทศของบริษัทต้องดําเนินการในทุกวิถีทาง เพื่อทําให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของบริษัท
  2. บริษัทมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการรักษาความปลอดภัยด้านสารสนเทศและนําไปปฏิบัติ ตามคู่มือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของบริษัท โดยเฉพาะการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ และ/หรือไซเบอร์ การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล การควบคุมการเข้ารหัสข้อมูล รวมถึงการสร้างความมั่นคงปลอดภัยด้านกายภาพและสภาพแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจได้ว่า
•    ผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถจะเข้าถึงระบบสารสนเทศได้
•    ระบบสารสนเทศมีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และมีการรักษาความลับของข้อมูล
•    ระบบสารสนเทศมีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
•    ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศได้รับการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
3.   บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม และมีจิตสํานึกเกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง

20)    การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทตระหนักถึงความสําคัญและความรับผิดชอบต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล จึงกำหนดให้มีการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การรวบรวม การประมวลผล หรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ข้อมูลซึ่งได้รับหรือเกี่ยวข้องกับลูกค้า พนักงาน หรือบุคคลภายนอก จะต้องกระทําเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจและชอบด้วยกฎหมาย โดยจํากัดเฉพาะเพื่อสนับสนุนการดําเนินงาน การดูแลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ กิจกรรมทางธุรกิจหรือการค้า และการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างเหมาะสม บุคลากรของบริษัทจะต้องจัดการข้อมูลส่วนบุคคลด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยรวบรวม ประมวลผล และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ได้รับอนุญาตและปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน หรือในลักษณะที่ไม่เหมาะสม

21)    การไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญา หมายถึง เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ ความลับทางการค้า และ Know-how เป็นต้น

บริษัทตระหนักถึงความสําคัญของทรัพย์สินทางปัญญาและเคารพในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น ซึ่งถือเป็นสิ่งมีค่าในการดำเนินธุรกิจและอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขัน ผู้บริหารและพนักงานจะต้องรักษาความลับทางการค้า และ Know-how ที่ใช้ในการดําเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงสอดส่องดูแล ปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทจากการเข้าถึงโดยมิได้รับอนุญาต การส่งต่อ และการใช้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และจะต้องเคารพและไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น

22)    การรายงานหรือแจ้งเรื่องร้องเรียน 

  1. บริษัทกำหนดให้ผู้บริหารและพนักงานจะต้องไม่เพิกเฉยหรือละเลยต่อการฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติในจริยธรรมทางธุรกิจฉบับนี้ รวมถึงข้อกําหนดหรือนโยบายต่างๆ ของบริษัท หากพนักงานมีข้อสังสัยหรือต้องการคําแนะนําในกรณีใดๆ เป็นการเฉพาะเจาะจง พนักงานสามารถปรึกษาหัวหน้างานของตนเองโดยตรง หากพบการฝ่าฝืนหรือการกระทําที่อาจเป็นการฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติในจรรยาบรรณบริษัท พนักงานสามารถรายงานหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านหัวหน้างานของตนเอง หรือร้องเรียนโดยตรงต่อประธานกรรมการตรวจสอบ หรือกรรมการอิสระ หรือติดต่อผ่านเลขานุการบริษัท หรือช่องทางต่างๆ ที่บริษัทกำหนด 
  2. บริษัทจะคุ้มครองสิทธิของผู้รายงาน หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน โดยข้อมูลทั้งหมดถือเป็นความลับ โดยผู้รายงานหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนไม่จําเป็นต้องเปิดเผยตัวตน ทั้งนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้รายงานหรือแจ้งเรื่องร้องเรียน บริษัทจะปกปิดชื่อหรือข้อมูลใดๆ ที่สามารถระบุตัวผู้รายงาน หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน เก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว และเอกสารหลักฐานต่างๆ ไว้เป็นความลับ โดยจํากัดเฉพาะผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน

23)    การละเว้นไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ

การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณและจริยธรรมทางธุรกิจในคู่มือฉบับนี้ นอกจากอาจทำให้ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดตามบทบัญญัติของกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และในบางกรณีอาจส่งผลให้บริษัทต้องรับผิดชอบตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับดังกล่าว ในกรณีมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจนเป็นผลเช่นว่านั้น ผู้ฝ่าฝืนนอกจากจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายแล้วอาจได้รับโทษทางวินัย ตามระเบียบข้อบังคับของบริษัท จนถึงขั้นไล่ออก/ปลดออก หรือเลิกจ้างได้ โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย (เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย) อีกด้วย



 

เราใช้คุ้กกี้เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ bemplc.co.th ของท่านที่ดีกว่าเดิม ในการใช้งานเว็บไซต์ของเรา ถือว่าท่านยอมรับการใช้คุ้กกี้ตามที่ระบุใน นโยบายคุ้กกี้