สารจากประธานกรรมการบริษัท

 
 

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร

ประธานกรรมการบริษัท

 

ตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้ส่งมอบบริการที่ดีและมีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้ใช้บริการทางพิเศษและผู้โดยสารรถไฟฟ้าได้รับความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ช่วยบรรเทาปัญหาจราจร และยกระดับคุณภาพชีวิตของการเดินทาง รวมทั้งการบริหารงานตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ส่งผลให้ BEM ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหุ้นยั่งยืน ปี 2561 (Thailand Sustainability Investment 2018 (THSI)) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีความยั่งยืน ปี 2561 (SET THSI Index) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ BEM ยังได้รับรางวัล DRIVE AWARD 2018 สาขา Finance จากผลการดำเนินงานด้านการเงินที่ดี ควบคู่กับการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาลโดยพิจารณาจากโครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีนวัตกรรมที่พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่เศรษฐกิจในระดับมหภาค 
 

สำหรับในปี 2561 BEM ได้ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดให้บริการทางเชื่อมทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกฯ กับทางพิเศษศรีรัช มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2561 เพื่อขยายโครงข่ายทางพิเศษจากฝั่งตะวันตกไปทางทิศเหนือ ซึ่งทางเชื่อมฯ ดังกล่าวเป็นโครงการที่ BEM ก่อสร้างเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและตอบแทนสังคมโดยไม่เก็บค่าผ่านทาง 
 

นอกจากนี้ BEM ได้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย เป็นการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (สายเฉลิมรัชมงคล) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง (สายฉลองรัชธรรม) ให้ต่อเนื่องเป็นโครงข่ายเดียวกัน โดยมีกำหนดเปิดให้บริการเดินรถแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ สถานีหัวลำโพง-สถานีหลักสอง ภายในเดือนกันยายน 2562 และสถานีเตาปูน-สถานีท่าพระ ภายในเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งเมื่อเปิดให้บริการแล้วจะช่วยบรรเทาปัญหาจราจร และเพิ่มความสุขในการเดินทางให้กับประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผลประกอบการของ BEM และบริษัทย่อยสำหรับปี 2561 มีผลกำไรสุทธิ 5,317 ล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้นำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 0.09 บาท ซึ่งในระหว่างปี คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล ระหว่างกาลสำหรับงวดครึ่งปีแรกแก่ผู้ถือหุ้นแล้วในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท รวมการจ่ายเงินปันผลในปี 2561 คิดเป็นอัตราหุ้นละ 0.15 บาท 
 

ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐที่มอบโอกาสให้ BEM ได้บริหารและจัดการโครงการระบบคมนาคมขนส่ง ผู้ถือหุ้น คู่ค้า และสถาบันการเงินที่สนับสนุนการดำเนินงานอย่างดีเสมอมา ผู้ใช้บริการทางพิเศษและผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ไว้วางใจให้บริษัทได้อยู่เคียงข้างส่งมอบบริการที่ดี รวมถึงพนักงานทุกคนที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ช่วยกันพัฒนาและสร้างความยั่งยืนให้กับ BEM อย่างต่อเนื่อง และขอให้เชื่อมั่นว่า BEM จะยึดหลักคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียอย่างรอบด้าน เพื่อให้ธุรกิจ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลเพื่อความยั่งยืน

 

[ดร.วีรพงษ์ รามางกูร]

ประธานกรรมการบริษัท