จัดซื้อสินค้าที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม

BEM มีนโยบายการจัดซื้อสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้

  • ใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย เช่น วัสดุไม่มีพิษ วัสดุหมุนเวียนทดแทนได้ วัสดุรีไซเคิล และวัสดุที่ใช้พลังงานต่ำในการจัดหามา เป็นต้น
  • ใช้วัสดุน้อย เช่น น้ำหนักเบา ขนาดเล็ก มีจำนวนประเภทของวัสดุน้อย เป็นต้น
  • มีเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ใช้พลังงานสะอาด ลดการเกิดของเสียจากกระบวนการผลิตและลดขั้นตอนของกระบวนการผลิต เป็นต้น
  • มีระบบขนส่งและจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ลดการใช้หีบห่อบรรจุภัณฑ์ที่ฟุ่มเฟือย ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุที่ใช้ซ้ำหรือหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ และเลือกใช้เส้นทางการขนส่งที่ประหยัดพลังงานที่สุด เป็นต้น
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดในช่วงการใช้งาน เช่น ใช้พลังงานต่ำ มีการปล่อยมลพิษต่ำในระหว่างการใช้งาน ลดการใช้วัสดุสิ้นเปลือง และลดการใช้ชิ้นส่วนที่ไม่จำเป็น
  • มีความคุ้มค่าตลอดชีวิตการใช้งาน เช่น ทนทาน ซ่อมแซมและดูแลรักษาง่าย ปรับปรุงต่อเติมได้ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย เป็นต้น
  • มีระบบการจัดการระบบหลังหมดอายุการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น การเก็บรวบรวมที่ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย มีการออกแบบให้สามารถนำสินค้าหรือชิ้นส่วนกลับมาใช้ซ้ำ หรือหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ง่าย หรือหากต้องกำจัดทิ้งสามารถนำพลังงานกลับคืนมาใช้ได้และมีความปลอดภัยสำหรับการฝังกลบ เป็นต้น
  • สินค้าหรือบริการที่ได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม หรือฉลากเขียว
  • สินค้าหรือบริการที่มาจากองค์กรที่ได้รับการรับรองคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากสถาบันหรือหน่วยงานของรัฐในประเทศไทย หรือต่างประเทศ
  • สินค้าหรือบริการที่มีในทะเบียน Green Product ของสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม หรือกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือหน่วยงานลักษณะเดียวกันในต่างประเทศ
  • จัดหาจากผู้ขาย/ผู้ให้บริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น ได้รับ ISO 14001 หรือมาตรฐานการรักษาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่แสดงหลักฐานได้ เป็นต้น หรือเป็นผู้ให้การสนับสนุนการรักษาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ซึ่งสามารถแสดงหลักฐานได้ เช่น นำเงินรายได้มอบให้องค์การกุศลที่รักษาสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการปลูกป่า สนับสนุนการ Reuse–Refill–Recycle ซึ่งสามารถแสดงหลักฐานได้ เป็นต้น